Create a Successful Google Ads Campaign with leading Google Ads Agency in Bangkok, Thailand. We Create a Clear Campaign Structure, Ready for any business expansion.

Create an optimise friendly Google Ads structure with our specialist team. We are the leading Google Ads digital agency in Bangkok, Thailand. We tailor each structure accordingly through business learning process, product learn phrase, niche keywords research, budget strategy and plan, and sales text ads. We pride ourselves to lower your cost and growth your conversion throughout the work period.

Our leading Google Ads Agency in Bangkok, Thailand experts believe in Numbers, We track every possible movement to reach your maximum potential

We believe in clear numbers and results, each money spend should be trackable throughout the funnels. We are a Google Ads leading digital agency in Bangkok, Thailand which prides our work through tracking every budget spend efficiently and conversion driven results. We track efficiently through Google Tag Manager on a result oriented action. We maximize your budget potentials

Calibrate your sales through Google Ads Shopping features that enhance your product’s uniqueness

Google Shopping Ads is new Google product that will boost your product efficiently. This Ads works like charm for retailers with various SKUs, which saves tremendous cost and display the best quality of your product. With various combination from our Google Ads specialist team, we are confident this Ads will work for your product

Increase your brand awarness & precise sales with Google Ads Creative on Google Display Network Ads

Google Display Network has develop itself throughout the years, during this period is our peak time for its performance. However, Google Display Network Combination of each Google product will make your business grow like charm.

Our Google Ads Remarketing Agency experts will enhance your remarketing flow cycle to capture all interested clients with AI System & Automation

Google Ads Remarketing may seems like a basic Google product that is easily done, however, there are Advanced Google Ads Remarketing that concur real results to each products. We as a team of specialist transform the fundamental features to the next level. With our remarketing workflow and precise repurchasing we create an amazing repurchase cycle through all businesses

Feature your video on YouTube Ads with various styles to maximize your Brand Awareness with our Google Ads Agency in Bangkok, Thailand

Google Ads Youtube Advertising is an amazing Goole Ads product for massive brand awareness and pushing viral videos. audiences as well as AB testing different ways of displaying to maximize your video potentials. Minimice Group is here

Minimice Group กับการทำ GOOGLE ADS
กระตุ้นยอดขายด้วยโฆษณา

 

Google Ads คือ หนึ่งในช่องทางการลงโฆษณาออนไลน์ของ Google ที่จะเก็บค่าโฆษณาตามจำนวนครั้งที่ปรากฏจริงๆ ซึ่งเจ้า Google Ads นี้จะช่วยแนะนำสินค้า หรือธุรกิจของคุณให้เป็นที่รู้จัก และตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด โดยในปัจจุบัน Google Ads ยังพ่วงมาด้วยการโฆษณาอีก 3 รูปแบบ ที่จะช่วยให้การลงโฆษณาของคุณได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้ามากยิ่งขึ้น นั่นก็คือ GDNหรือ Google Display Network, Google Shopping และ Youtube Remarketing นั่นเอง

จุดเด่น Google Ads  ของMinimice group

  • เลือกพื้นที่ลงโฆษณาที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
  • Keywordsเลือกสรรให้สอดคล้องกับธุรกิจของคุณโดยได้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
  • Contentสร้างสรรค์คำโฆษณาเพื่อดึงดูดความสนใจและเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ
  • โครงสร้างแคมเปญที่ดี ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพต่อการยิงโฆษณา
  • Remarketingย้ำความสนใจของกลุ่มเป้าหมายเพื่อเพิ่มยอดขายให้แก่สินค้า

 

 การทำ Google Ads กระตุ้นยอดขาย เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโต

ทำไม Google Adsถึงเป็นโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด นั่นก็เป็นเพราะว่าการทำ Google Ads คุณจะสามารถกำหนดสิ่งเหล่านี้ได้!

1.โฆษณาที่คุณต้องการจะลงนั้น จะนำไปแสดงที่ไหน

2.ใครจะได้เห็นโฆษณาของคุณบ้าง ในกรณีนี้คุณสามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมายได้เลยว่า คุณจะลงเฉพาะพื้นที่ไหน เช่น ในประเทศไทย เฉพาะจังหวัด หรือแม้กระทั่งสามารถเลือกเพศ ชาย / หญิงได้ รวมไปถึงสามารถกำหนดช่วงอายุได้อีกด้วย

3.การกำหนดขอบเขตค่าโฆษณาและงบประมาณในแต่ละวัน ซึ่ง Google Ads จะใช้วิธีการประมูลในการซื้อสื่อโฆษณา ผู้ที่ให้ราคาสูงสุดจะได้สิทธิในการโฆษณาก่อนทันที

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แน่นอนที่สุดที่คุณจะได้จากการลงโฆษณาด้วย Google Ads ที่นอกเหนือจากโฆษณาของคุณจะเข้าถึงผู้ใช้ทันทีในขณะที่ค้นหาแล้ว นั่นก็คือ Traffic, Lead, Conversion และยอดขายจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั่นเอง

 

การวางแผนการทำ Google Ads

การทำ Google Adsต้องมีการวางแผนงานที่ดีเพื่อจัดสรรสรรพยากรที่ใช้ในการทำ จึงจะสามารถจัดการแต่ละขั้นตอนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในแต่ละขั้นตอนจำเป็นต้องมีแผนการทำงานที่ดี เพื่อให้สามารถกำหนดขอบเขตของการทำงานหรือแม้แต่การจัดสรรค่าใช้จ่าย เพื่อให้ได้ผลสูงสุดและคุ้มค่าที่สุดในการทำ Google Ads

  1. เริ่มต้นการสำรวจเว็บไซต์ของลูกค้า เพื่อทำKeywordresearch ในการค้นหา keywordที่ครอบคลุมกับธุรกิจของคุณ โดยคำที่เราเลือกจะแสดง volume และ ค่า bid เพื่อให้สามารถตั้งค่า CPC(Cost Per Click) หรือต้นทุนต่อการคลิก ให้กับโฆษณาของเราได้ถูกต้อง เป็นการจำกัดขอบเขตของค่าใช้จ่ายให้คุ้มค่า
  2. ทำโครงสร้างโฆษณาของGoogle Adsโดยจะแยกเป็น Campaign – Ad groupตามหมวดหมู่ keyword และคิดข้อความโฆษณา ที่โดดเด่นให้เหมาะสมมากที่สุดกับธุรกิจของคุณโดยเราจะดึงเอาจุดเด่น จุดขาย หรือบริการที่พิเศษของคุณออกมา เขียนข้อความโฆษณาให้ไม่เหมือนใคร และโดดเด่นที่สุด
  3. วัดผลจากลูกค้าโดยเราจะทำการ tag ปุ่ม Call to action เช่นการ line , callซึ่งจะทำให้เกิดค่าconversion ต่อโฆษณาสินค้าหรือบริการ จะทำให้เห็นว่าโฆษณาของเรามีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน และ ยอดขายที่คุณได้รับคุ้มค่ากับการโฆษณาออนไลน์หรือไม่
  4. การสร้างกลุ่ม Audience เพื่อเก็บข้อมูลกลุ่มลูกค้าที่เคยเข้าชมเว็บไซต์หรือสนใจและนำไป ทำRemarketingเพื่อการย้ำความสนใจของกลุ่มเป้าหมายอีกครั้ง เป็นการเปิดโอกาสในการเพิ่มยอดขายได้
  5. จะมีการทำ Reportเพื่อสรุปผลถึงความสำเร็จในการทำ Google Ads ต่อไป

ทำความเข้าใจกับ Google adsเพื่อการทำงานที่เต็มประสิทธิภาพ

เรียนรู้เรื่อง Search Ads คืออะไร กันก่อน

เป็นระบบหนึ่งใน GoogleAdwordsที่เราสามารถลงโฆษณาโดยใช้คีย์เวิร์ดที่ต้องการ เพื่อสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่สนใจสินค้าและบริการจริงๆได้ โดยมีการแบ่งประเภทของGoogle adsตามนี้

 

Google Ads 6รูปแบบ พร้อมคำอธิบาย

  • Google Search Ads

การทำโฆษณาบนหน้าการค้นหาของGoogleโดยจะปรากฏที่หน้าแรกทันที ใช้วิธีการลงโฆษณาโดยการใช้คีย์เวิร์ดในการแสดงผลเพื่อใช้ค้นหาเว็บไซต์สินค้าเหล่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะสามารถเข้าถึงลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าจริงๆได้ จากการค้นหาคีย์เวิร์สเกี่ยวกับสินค้านั้นๆ

  • Google shopping

การทำโฆษณาหน้ากูเกิ้ล ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าที่ต้องการได้ง่ายรวดเร็วคลิกซื้อได้เลย โดยจะมีรายละเอียดและข้อมูลต่างๆของสินค้าและยังมีราคาเพื่อใช้เปรียบเทียบอีกด้วย ซึ่งข้อดีของการทำgoogle shoppingคือเราค่อนข้างจะได้กลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพ ที่ต้องการสินค้าของเราจริงๆ โดยวิธีนี้ทรงgoogleจะดึงรูปสินค้า และข้อมูลไปแสดงให้เองทันที ที่มีการค้นหาคีย์เวิร์ดของสินค้านั้นๆ

  • Google display network

หรือบางคนเรียกว่า GDN นั่นคือการทำโฆษณาที่เป็นรูปแบบเป็นแบนเนอร์แสดงที่หน้าเว็บไซต์ โดยสามารถปรากฏได้หลายตำแหน่งในเว็บไซต์ ทั้งด้านบน ด้านข้าง ด้านล่าง โดยมีรูปแบบโฆษณาของGDNดังนี้

  1. Text Ads การโฆษณาในรูปแบบใช้ตัวอักษร
  2. Image/Banner Ads การโฆษณาในรูปแบบใช้รูปภาพ โดยใช้สกุลภาพยอดนิยมต่างๆ ทั้ง /jpg./gif./jpeg.เป็นต้น ซึ่งแต่ละเว็บไซต์จะมีขนาดหรือรูปแบบที่ให้ทำโฆษณาที่แตกต่างกัน
  • Youtube Advertising

โฆษณาที่ขึ้นมาในYoutube ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาภายในของคลิปวิดีโอ หรืออาจอยู่ด้านล่างหรือด้านข้าง เป็นแบนเนอร์ขึ้นมาตอนขณะกำลังรับชมคลิปวิดีโอก็ได้ ยกตัวอย่าง โฆษณาที่ขึ้นมา5วินาที

  • Google App Universal

โฆษณาที่ช่วยทำให้คนสนใจดาวน์โหลด Applicationที่แสดงบนที่ต่างๆ เช่น Google play,Google search,youtubeเป็นต้น ง่ายต่อการติดตั้งตัวApplicationต่างๆ

  • Google Remarketing

เป็นการย้ำความสนใจของลูกค้า สำหรับลูกค้าที่อาจเคยเข้ามาดูสินค้าของเราหรือมีความสนใจแต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อในทันที ทำให้ลูกค้าเห็นสินค้าของเราเรื่อยๆ ซึ่งจะถูกแสดงหน้า google platformต่างๆ เช่น youtube,Gmail เป็นต้น

องค์ประกอบของการทำโฆษณาโดยใช้ Google Ads

  • การตั้งโครงสร้างของ google ads
  1. Campaignการสร้างแคมเปญขึ้นมาเพื่อกำหนดประเภทของโฆษณา เป็นส่วนที่ใช้ตั้งค่าพื้นฐานของการทำgoogle adsที่คุณต้องการให้โฆษณาที่คุณทำแสดงผลออกมา ซึ่งจะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายและจัดสรรงบที่ใช้ต่อวัน ซึ่งใน CampaignจะมีAd group(กลุ่มโฆษณา)อยู่ในนั้น
  2. Ad group(กลุ่มโฆษณา)ซึ่งเป็นส่วนย่อยลงมาของCampaignที่มีหน้าที่ไว้รวบรวมกลุ่มของโฆษณาและKeywordsเอาไว้ เวลาที่มีการค้นหาจากคีย์เวิร์ดหรือตรงกับAd groupนั้น จะทำให้Ad groupนั้นแสดงผลการค้นหาออกมา
  3. Ads(โฆษณา)คือ โฆษณาที่เกิดขึ้น โดยจะแสดงขึ้นมาเมื่อมีการค้นหาด้วยKeywordsและปรากฏออกมาในรูปแบบAd Groupที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดที่ถูกค้นหา

 

  • Ads extension คืออะไร และมีอะไรบ้าง

คือ ส่วนขยายของโฆษณาที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโฆษณาขึ้น โดยสามารถเพิ่มรายละเอียดต่างๆ ข้อมูลเชิงลึกของสินค้าและบริการหรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทำให้โฆษณาดูโดดเด่นและแตกต่างขึ้นได้ โดยมี10 รูปแบบ ดังนี้

  1. Sitelinks extensionsการใส่ลิ้งค์เพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการลงไปในโฆษณา เพื่อช่วยเพิ่มความต้องการของเป้าหมาย
  2. Callout extensionsส่วนขยายลิ้งค์หลักของการโฆษณาอีกที เป็นส่วนเสริมที่ช่วยกระตุ้นให้โดดเด่น โดยสามารถใส่รายละเอียดเพิ่มเติมลงไปได้ แต่ต้องสั้น กระชับ ได้ใจความและไม่สามารถคลิกได้
  3. Structured snippet extensionsการจัดประเภทของสินค้าและบริการเพื่อเน้นลักษณะสำคัญของสินค้า โดยส่วนใหญ่จะใช้กับแบรนด์ที่มีสินค้าหลายประเภท
  4. Call extensionsส่วนขยายของการโทร โดยเป็นช่องทางการติดต่อกับธุรกิจโดยตรง
  5. Message extensionsส่วนขยายที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถติดต่อทางข้อความกับเจ้าของธุรกิจได้โดยตรง
  6. Location extensionsส่วนขยายของการบอกตำแหน่งที่ตั้งของหน้าร้าน โดยจะลิ้งค์กับGoogle Mapทันทีที่กดเข้าไป
  7. Affiliate Location extensionsส่วนขยายบอกที่ตั้งของร้านอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเหมาะกับร้านที่มีหลายๆสาขา ซึ่งจะแสดงผลของสาขาที่อยู่ใกล้กับตำแหน่งผู้ค้นหามากที่สุด
  8. Price extensionsส่วนขยายในการช่วยบอกราคาของสินค้าและบริการที่ลูกค้าทำการค้นหา
  9. App extensionsส่วนขยายที่แนะนำให้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นของเว็บไซต์สินค้าและบริการ
  10. Promotion extensionsส่วนขยายที่ช่วยเสนอโปรโมชั่น คูปอง ในช่วงเทศกาลหรือตามช่วงเวลาต่างๆ
  • การตั้ง keyword

Keywords เป็นสิ่งสำคัญต่อการทำโฆษณา เพราะลูกค้าจะค้นหาสินค้าหรือบริการจากคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้น ซึ่งการเล็งคีย์เวิร์ดถ้าไม่ดีหรือไม่ตรงกับความต้องการของกล่มเป้าหมาย โฆษณาที่คุณทำก็จะเปล่าประโยชน์ทันที เพราะฉะนั้นการใส่คีย์เวิร์ดลงไปในโฆษณาจึงสำคัญ โดยเราสามารถหาคีย์เวิร์ดได้จาก Google keyword plannerซึ่งเราขอแนะนำวิธีเลือกคีย์เวิร์ดคร่าวๆดังนี้

  1. เลือก Keywordที่เกี่ยวกับสินค้าที่เราต้องการใช้ทำโฆษณาหรือจุดประสงค์ของการค้นหาจากคำนั้น
  2. เลือก Keywordที่มีTrafficที่ไม่ควรน้อยเกินไป และการแข่งขันไม่สูงมาก
  3. เลือก Keywordที่ราคาไม่จำเป็นต้องสูงแต่เน้นคุณภาพของคีย์เวิร์ดนั้นๆซึ่งดูจากธุรกิจของเราเป็นหลัก

ประเภทการทำงานของ Keywords

  1. Broad matchการทำงานแบบกว้าง ช่วยให้คีย์เวิร์ดของคุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป็นวงกว้าง ไม่เจาะจง ทำให้โฆษณาสามารถแสดงได้แม้กระทั้ง พิมพ์คำผิดหรือคำที่เกี่ยวข้อง
  2. Broad match Modifierตัวแก้ไขการทำงานแบบกว้าง โดยจะใส่เครื่องหมาย + ในการเพิ่มkeyword โดยต้องค้นหาโดยมีคีย์เวิร์ดเหล่านั้นประกอบถึงแม้จะสลับตำแหน่งกันบ้าง และจะแสดงโฆษณาแคบกว่าการใช้รูปแบบBroad match
  3. Phrase matchการทำงานแบบวลี โดยโฆษณาจะแสดงเมื่อคำค้นหามีวลี หรือรูปแบบของวลีใกล้เคียงกันกับวลีนั้นๆ ซึ่งจะกำหนดภายใต้เครื่องหมาย“ ”
  4. Exact matchการทำงานแบบตรงทั้งหมด คือ การแสดงโฆษณาจะปรากฏเมื่อมีคำค้นหาที่ตรงตัวกับKeywordsทั้งหมด

 

  • เพิ่มจุดเด่นคำโฆษณาด้วย text ads และ responsive Searchads

คำโฆษณา text ads คือ การเขียนโฆษณาโดยการใช้คีย์เวิร์ดที่ต้องการซึ่งต้องเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณ โดยจะสามารถใส่รายละเอียดเพิ่มเติมลงไปได้จากการเขียนโฆษณาธรรมดา และการสร้างโฆษณา Responsive Search Ad ก็เป็นอีกฟิวเจอร์ใหม่ที่เข้ามา ช่วยให้คุณสามารถสร้างโฆษณาได้ละเอียดมากขึ้น จากการใส่ข้อมูลรายละเอียด จุดเด่นของสินค้าหรือบริการ โดยสามารถสร้างจุดขายหลายๆอย่างได้ในโฆษณาเดียวและมีส่วนของHeadlineและDescriptionเพิ่มขึ้น ไว้เปรียบเทียบอันที่ดีที่สุดด้วย โดยระบบจะจับคู่คำโฆษณาDescriptionและหาPerfromanceที่ดีที่สุดสำหรับข้อความโฆษณาให้เพื่อให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่สุด

  • การตั้ง locationในการทำ Google Ads

โดยคุณสามารถเลือกพื้นที่(location) ที่ต้องการให้โฆษณาแสดงได้ ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ชัดเจนตั้งแต่ประเทศ จังหวัด เลยก็ได้และคนนอกพื้นที่ที่เราตั้งค่าไว้โฆษณานั้นจะไม่แสดงผล เป็นการจำกัดพื้นที่ในการแสดงโฆษณาและเจาะกลุ่มเป้าหมายจากlocationนั่นเอง

  • การตั้ง demographicsในการทำ Google Ads

การทำโฆษณาสมัยนี้ สามารถเจาะเชิงลึกกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าเทคโนโลยีสมัยก่อน นั่นเป็นการได้เปรียบของการทำการตลาดออนไลน์ตอนนี้ ซึ่งการกำหนดค่าDemographicsในการทำGoogle ads ก็เป็นการซื้อโฆษณาให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์สินค้าและบริการนั่นเอง แต่ก่อนจะเลือกDemographicsคุณต้องทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของตัวคุณก่อน

  1. ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการให้ซื้อสินค้าหรือบริการ
  2. กลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจ เลือกใช้สื่อไหน เว็บไซต์ไหนในการซื้อสินค้าเป็นหลัก
  3. ข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย ด้านเพศและช่วงอายุ

ซึ่งถ้าคุณทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายตรงนี้แล้ว การจำกัดขอบเขตของการโฆษณาสินค้าหรือบริการก็จะง่ายขึ้น เพราะDemographicsจะทำให้คุณสามารถระบุ เพศ อายุ  ความสนใจของคนที่จะรับโฆษณาของคุณ ทำให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่า การโฆษณาเป็นวงกว้างออกไปให้เสียค่าใช้จ่ายไปเปล่าประโยชน์ซะเฉยๆ

  • ติดตั้ง Conversion tracking ด้วย Google Tag Managerเพื่ออะไร

Conversion tracking คือ การตั้งค่าการวัดผลของการทำโฆษณาออนไลน์ในGoogle ads เพื่อให้สามารถติดตามผลที่เกิดขึ้นจากการทำโฆษณาหรือแคมเปญนั้นๆ โดยการใช้เครื่องมือGoogle Tag Managerช่วยในการจัดการระบบtrackingต่างๆที่คุณทำ เพื่อไม่ให้คุณเสียค่าใช้จ่ายไปโดยไร้ประโยชน์กับโฆษณาที่ไม่มีประสิทธิภาพ

 

การทำGoogle Adsไม่เพียงแค่เพื่อเป็นการโฆษณาสินค้าหรือบริการเท่านั้น ยังสามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณโดดเด่น มีความน่าสนใจ และยังทำให้เป็นที่รู้จักได้ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นผลในการช่วยกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งMinimice group ยินดีให้คำปรึกษาและนำพาธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

Case Study

 

ปัจจุบันการตลาดออนไลน์ หรือ Online Marketing เป็นตลาดที่ใหญ่ และทรงพลังมากที่สุดในการสร้างแบรนด์ หรือโปรโมทสินค้า เพราะเป็นการตลาดที่ใช้ระยะเวลารวดเร็ว ต้นทุนต่ำ และวัดผลได้ ทำให้เรามุ่งเน้นไปที่การทำการตลาดออนไลน์เป็นอย่างมาก นั่นจึงทำให้เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) ทั้ง facebook, instagram ฯลฯ

ซึ่งกระบวนการทำงานของเราคือ วิเคราะห์ตัวแบรนด์ และตัวสินค้า เพื่อเจาะให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด พร้อมทั้งทำ A/B Test ให้ตลอดระยะเวลาการทำงาน เพื่อไม่ให้ performance ตก ทั้งนี้ก็เพื่อให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักยิ่งขึ้นไปอีก

25%
50%
65%
75%

Let's make something great together.

GET A PROPOSAL