เราคือบริการดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง แถวหน้าของเมืองไทย ที่ได้ร่วมพัฒนาแบรนด์หลายร้อยแบรนด์

ด้วยบริการ SEO, Google Ads และ Social เพื่อให้แบรนด์ของคุณขึ้นเป็นที่หนึ่งของอุตสาหกรรม

 

อย่างไรก็ตาม เราไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาตัวเอง ทั้งนี้ก็เพื่อให้แบรนด์ของคุณ มีผลลัพธ์ที่ก้าวหน้า

อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

Digital marketing by Minimice group

เรารับทำโครงสร้างแคมเปญ Google Ads ที่ชัดเจน

และพร้อมต่อการต่อยอดทางธุรกิจ

เรารับทำโฆษณาบนหน้าการค้นหาของ Google ซึ่งโฆษณาของคุณจะปรากฏตาม Keywords ที่คุณเลือก โดยทีม Google Ads จะเริ่มที่การเรียนรู้ธุรกิจ / เรียนรู้ Keyword / เรียนรู้ Product / คิดแผนการใช้เงิน / คิดคำโฆษณา และใช้ Ads Extentions เพื่อทำให้ Ads สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่า ยิ่ง Ads ของคุณมีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ คุณก็จะเสียค่าใช้จ่ายต่อ Click น้อยลงเท่านั้น

เราเชื่อในตัวเลขที่แสดงผลที่ชัดเจนทุกยอดขาย ซึ่งทุกยอดขายต้องมีความเป็นมาของการทำ Google Ads

เรามีเครื่องมือวัดผลลัพธ์ที่ละเอียด ชัดเจน ตัวเลขที่แสดงผลมีที่มาที่ไป โปร่งใส เพราะเราจะติด Tag ทุก Action ที่เกิดผลกับเราอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เราทำให้คุณนั้นเกิดผลดีที่สุด และเงินที่คุณจ่ายมาจะไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน

แสดงผล และเพิ่มยอดขายด้วย การรับทำ Google Shopping Ads

Google Ads Shopping เป็นการทำโฆษณา Google อีกรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับคุณ ซึ่งจะเป็นโฆษณาที่ปรากฏบนหน้าเว็บ Google โดยรูปแบบการโฆษณาจะเป็นการแสดงรูปสินค้า ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อร้านค้า และราคา ที่เป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อสินค้า ทำให้ง่ายต่อการค้นหาสินค้าของผู้ที่ต้องการซื้อ

การทำ Google Ads ด้วย ภาพประกอบการโฆษณา Google Display Network

ที่แสดงผลการเพิ่มยอดขายตามเว็บไซต์

เราจะช่วยแนะนำการดีไซน์รูปภาพ และออกแบบรูปภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโฆษณา พร้อมทำ A/B Testing เพื่อหาดีไซน์ที่ลงตัวที่สุด โดยคุณสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมาย เพศ อายุ ต่างๆ ได้ตามที่ต้องการ ทำให้คุณได้ภาพประกอบการโฆษณา Google Display Network ที่เหมาะสม และเกิดผลลัพธ์กับธุรกิจของคุณมากที่สุด

การทำ Google Ads Remarketing ถึงลูกค้าที่เน้นคุณภาพ

และตอบโจทย์ที่แท้จริง

เราไม่ได้เพียงแค่ยิงโฆษณาออกไป แต่เรายังเก็บข้อมูลกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังสามารถสร้างกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่แตกต่างกันของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้โฆษณาตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายมากที่สุด จึงมั่นใจได้ว่าคุณจะได้ลูกค้าคุณภาพ ที่ตอบโจทย์กับธุรกิจของคุณ

การทำ Google Ads ด้วยโฆษณา Youtube ที่มีคุณภาพในการมองเห็น

การโฆษณาวิดีโอผ่านเว็บไซต์ Youtube ถือเป็นช่องทางการเผยแพร่วิดีโอออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเราสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายให้ตรงกับธุรกิจของคุณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโฆษณา ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และยังสามารถสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ดึงดูดความสนใจ กระตุ้นความต้องการของลูกค้าได้เพิ่มขึ้น โดยเราพร้อมแนะนำรูปแบบการโฆษณาวิดีโอ และพร้อมแนะนำการดีไซน์วิดีโอ ให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกับธุรกิจของคุณ

Minimice Group กับการทำ GOOGLE ADS กระตุ้นยอดขายด้วยโฆษณา

Minimice Group กับการทำ GOOGLE ADS กระตุ้นยอดขายด้วยโฆษณา

Google Ads คือ หนึ่งในช่องทางการลงโฆษณาออนไลน์ของ Google ที่จะเก็บค่าโฆษณาตามจำนวนครั้งที่ปรากฏจริงๆ ซึ่งเจ้า Google Ads นี้จะช่วยแนะนำสินค้า หรือธุรกิจของคุณให้เป็นที่รู้จัก และตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด โดยในปัจจุบัน Google Ads ยังพ่วงมาด้วยการโฆษณาอีก 3 รูปแบบ ที่จะช่วยให้การลงโฆษณาของคุณได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้ามากยิ่งขึ้น นั่นก็คือ GDNหรือ Google Display Network, Google Shopping และ Youtube Remarketing นั่นเอง

 

จุดเด่น Google Ads  ของMinimice group

  • เลือกพื้นที่ลงโฆษณาที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
  • Keywordsเลือกสรรให้สอดคล้องกับธุรกิจของคุณโดยได้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
  • Contentสร้างสรรค์คำโฆษณาเพื่อดึงดูดความสนใจและเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ
  • โครงสร้างแคมเปญที่ดี ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพต่อการยิงโฆษณา
  • Remarketingย้ำความสนใจของกลุ่มเป้าหมายเพื่อเพิ่มยอดขายให้แก่สินค้า

 

 การทำ Google Ads กระตุ้นยอดขาย เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโต

ทำไม Google Adsถึงเป็นโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด นั่นก็เป็นเพราะว่าการทำ Google Ads คุณจะสามารถกำหนดสิ่งเหล่านี้ได้!

1.โฆษณาที่คุณต้องการจะลงนั้น จะนำไปแสดงที่ไหน

2.ใครจะได้เห็นโฆษณาของคุณบ้าง ในกรณีนี้คุณสามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมายได้เลยว่า คุณจะลงเฉพาะพื้นที่ไหน เช่น ในประเทศไทย เฉพาะจังหวัด หรือแม้กระทั่งสามารถเลือกเพศ ชาย / หญิงได้ รวมไปถึงสามารถกำหนดช่วงอายุได้อีกด้วย

3.การกำหนดขอบเขตค่าโฆษณาและงบประมาณในแต่ละวัน ซึ่ง Google Ads จะใช้วิธีการประมูลในการซื้อสื่อโฆษณา ผู้ที่ให้ราคาสูงสุดจะได้สิทธิในการโฆษณาก่อนทันที

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แน่นอนที่สุดที่คุณจะได้จากการลงโฆษณาด้วย Google Ads ที่นอกเหนือจากโฆษณาของคุณจะเข้าถึงผู้ใช้ทันทีในขณะที่ค้นหาแล้ว นั่นก็คือ Traffic, Lead, Conversion และยอดขายจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั่นเอง

 

การวางแผนการทำ Google Ads

การทำ Google Adsต้องมีการวางแผนงานที่ดีเพื่อจัดสรรสรรพยากรที่ใช้ในการทำ จึงจะสามารถจัดการแต่ละขั้นตอนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในแต่ละขั้นตอนจำเป็นต้องมีแผนการทำงานที่ดี เพื่อให้สามารถกำหนดขอบเขตของการทำงานหรือแม้แต่การจัดสรรค่าใช้จ่าย เพื่อให้ได้ผลสูงสุดและคุ้มค่าที่สุดในการทำ Google Ads

  1. เริ่มต้นการสำรวจเว็บไซต์ของลูกค้า เพื่อทำKeywordresearch ในการค้นหา keywordที่ครอบคลุมกับธุรกิจของคุณ โดยคำที่เราเลือกจะแสดง volume และ ค่า bid เพื่อให้สามารถตั้งค่า CPC(Cost Per Click) หรือต้นทุนต่อการคลิก ให้กับโฆษณาของเราได้ถูกต้อง เป็นการจำกัดขอบเขตของค่าใช้จ่ายให้คุ้มค่า
  2. ทำโครงสร้างโฆษณาของGoogle Adsโดยจะแยกเป็น Campaign – Ad groupตามหมวดหมู่ keyword และคิดข้อความโฆษณา ที่โดดเด่นให้เหมาะสมมากที่สุดกับธุรกิจของคุณโดยเราจะดึงเอาจุดเด่น จุดขาย หรือบริการที่พิเศษของคุณออกมา เขียนข้อความโฆษณาให้ไม่เหมือนใคร และโดดเด่นที่สุด
  3. วัดผลจากลูกค้าโดยเราจะทำการ tag ปุ่ม Call to action เช่นการ line , callซึ่งจะทำให้เกิดค่าconversion ต่อโฆษณาสินค้าหรือบริการ จะทำให้เห็นว่าโฆษณาของเรามีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน และ ยอดขายที่คุณได้รับคุ้มค่ากับการโฆษณาออนไลน์หรือไม่
  4. การสร้างกลุ่ม Audience เพื่อเก็บข้อมูลกลุ่มลูกค้าที่เคยเข้าชมเว็บไซต์หรือสนใจและนำไป ทำRemarketingเพื่อการย้ำความสนใจของกลุ่มเป้าหมายอีกครั้ง เป็นการเปิดโอกาสในการเพิ่มยอดขายได้
  5. จะมีการทำ Reportเพื่อสรุปผลถึงความสำเร็จในการทำ Google Ads ต่อไป

 

ทำความเข้าใจกับ Google adsเพื่อการทำงานที่เต็มประสิทธิภาพ

เรียนรู้เรื่อง Search Ads คืออะไร กันก่อน

เป็นระบบหนึ่งใน GoogleAdwordsที่เราสามารถลงโฆษณาโดยใช้คีย์เวิร์ดที่ต้องการ เพื่อสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่สนใจสินค้าและบริการจริงๆได้ โดยมีการแบ่งประเภทของGoogle adsตามนี้

Google Ads 6รูปแบบ พร้อมคำอธิบาย

  • Google Search Ads

การทำโฆษณาบนหน้าการค้นหาของGoogleโดยจะปรากฏที่หน้าแรกทันที ใช้วิธีการลงโฆษณาโดยการใช้คีย์เวิร์ดในการแสดงผลเพื่อใช้ค้นหาเว็บไซต์สินค้าเหล่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะสามารถเข้าถึงลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าจริงๆได้ จากการค้นหาคีย์เวิร์สเกี่ยวกับสินค้านั้นๆ

  • Google shopping

การทำโฆษณาหน้ากูเกิ้ล ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าที่ต้องการได้ง่ายรวดเร็วคลิกซื้อได้เลย โดยจะมีรายละเอียดและข้อมูลต่างๆของสินค้าและยังมีราคาเพื่อใช้เปรียบเทียบอีกด้วย ซึ่งข้อดีของการทำgoogle shoppingคือเราค่อนข้างจะได้กลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพ ที่ต้องการสินค้าของเราจริงๆ โดยวิธีนี้ทรงgoogleจะดึงรูปสินค้า และข้อมูลไปแสดงให้เองทันที ที่มีการค้นหาคีย์เวิร์ดของสินค้านั้นๆ

  • Google display network

หรือบางคนเรียกว่า GDN นั่นคือการทำโฆษณาที่เป็นรูปแบบเป็นแบนเนอร์แสดงที่หน้าเว็บไซต์ โดยสามารถปรากฏได้หลายตำแหน่งในเว็บไซต์ ทั้งด้านบน ด้านข้าง ด้านล่าง โดยมีรูปแบบโฆษณาของGDNดังนี้

  1. Text Adsการโฆษณาในรูปแบบใช้ตัวอักษร
  2. Image/Banner Adsการโฆษณาในรูปแบบใช้รูปภาพ โดยใช้สกุลภาพยอดนิยมต่างๆ ทั้ง /jpg./gif./jpeg.เป็นต้น ซึ่งแต่ละเว็บไซต์จะมีขนาดหรือรูปแบบที่ให้ทำโฆษณาที่แตกต่างกัน
  • Youtube Advertising

โฆษณาที่ขึ้นมาในYoutube ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาภายในของคลิปวิดีโอ หรืออาจอยู่ด้านล่างหรือด้านข้าง เป็นแบนเนอร์ขึ้นมาตอนขณะกำลังรับชมคลิปวิดีโอก็ได้ ยกตัวอย่าง โฆษณาที่ขึ้นมา5วินาที

  • Google App Universal

โฆษณาที่ช่วยทำให้คนสนใจดาวน์โหลด Applicationที่แสดงบนที่ต่างๆ เช่น Google play,Google search,youtubeเป็นต้น ง่ายต่อการติดตั้งตัวApplicationต่างๆ

  • Google Remarketing

เป็นการย้ำความสนใจของลูกค้า สำหรับลูกค้าที่อาจเคยเข้ามาดูสินค้าของเราหรือมีความสนใจแต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อในทันที ทำให้ลูกค้าเห็นสินค้าของเราเรื่อยๆ ซึ่งจะถูกแสดงหน้า google platformต่างๆ เช่น youtube,Gmail เป็นต้น

องค์ประกอบของการทำโฆษณาโดยใช้ Google Ads

  • การตั้งโครงสร้างของgoogle ads

  1. Campaign

    การสร้างแคมเปญขึ้นมาเพื่อกำหนดประเภทของโฆษณา เป็นส่วนที่ใช้ตั้งค่าพื้นฐานของการทำgoogle adsที่คุณต้องการให้โฆษณาที่คุณทำแสดงผลออกมา ซึ่งจะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายและจัดสรรงบที่ใช้ต่อวัน ซึ่งใน CampaignจะมีAd group(กลุ่มโฆษณา)อยู่ในนั้น

  2. Ad group(กลุ่มโฆษณา)

    ซึ่งเป็นส่วนย่อยลงมาของCampaignที่มีหน้าที่ไว้รวบรวมกลุ่มของโฆษณาและKeywordsเอาไว้ เวลาที่มีการค้นหาจากคีย์เวิร์ดหรือตรงกับAd groupนั้น จะทำให้Ad groupนั้นแสดงผลการค้นหาออกมา

  3. Ads(โฆษณา)

    คือ โฆษณาที่เกิดขึ้น โดยจะแสดงขึ้นมาเมื่อมีการค้นหาด้วยKeywordsและปรากฏออกมาในรูปแบบAd Groupที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดที่ถูกค้นหา

 

  • Ads extension คืออะไร และมีอะไรบ้าง

คือ ส่วนขยายของโฆษณาที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโฆษณาขึ้น โดยสามารถเพิ่มรายละเอียดต่างๆ ข้อมูลเชิงลึกของสินค้าและบริการหรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทำให้โฆษณาดูโดดเด่นและแตกต่างขึ้นได้ โดยมี10 รูปแบบ ดังนี้

  1. Sitelinks extensions

    การใส่ลิ้งค์เพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการลงไปในโฆษณา เพื่อช่วยเพิ่มความต้องการของเป้าหมาย

  2. Callout extensions

    ส่วนขยายลิ้งค์หลักของการโฆษณาอีกที เป็นส่วนเสริมที่ช่วยกระตุ้นให้โดดเด่น โดยสามารถใส่รายละเอียดเพิ่มเติมลงไปได้ แต่ต้องสั้น กระชับ ได้ใจความและไม่สามารถคลิกได้

  3. Structured snippet extensions

    การจัดประเภทของสินค้าและบริการเพื่อเน้นลักษณะสำคัญของสินค้า โดยส่วนใหญ่จะใช้กับแบรนด์ที่มีสินค้าหลายประเภท

  4. Call extensions

    ส่วนขยายของการโทร โดยเป็นช่องทางการติดต่อกับธุรกิจโดยตรง

  5. Message extensions

    ส่วนขยายที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถติดต่อทางข้อความกับเจ้าของธุรกิจได้โดยตรง

  6. Location extensions

    ส่วนขยายของการบอกตำแหน่งที่ตั้งของหน้าร้าน โดยจะลิ้งค์กับGoogle Mapทันทีที่กดเข้าไป

  7. Affiliate Location extensions

    ส่วนขยายบอกที่ตั้งของร้านอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเหมาะกับร้านที่มีหลายๆสาขา ซึ่งจะแสดงผลของสาขาที่อยู่ใกล้กับตำแหน่งผู้ค้นหามากที่สุด

  8. Price extensions

    ส่วนขยายในการช่วยบอกราคาของสินค้าและบริการที่ลูกค้าทำการค้นหา

  9. App extensions

    ส่วนขยายที่แนะนำให้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นของเว็บไซต์สินค้าและบริการ

  10. Promotion extensions

    ส่วนขยายที่ช่วยเสนอโปรโมชั่น คูปอง ในช่วงเทศกาลหรือตามช่วงเวลาต่างๆ

 

  • การตั้ง keyword

Keywords เป็นสิ่งสำคัญต่อการทำโฆษณา เพราะลูกค้าจะค้นหาสินค้าหรือบริการจากคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้น ซึ่งการเล็งคีย์เวิร์ดถ้าไม่ดีหรือไม่ตรงกับความต้องการของกล่มเป้าหมาย โฆษณาที่คุณทำก็จะเปล่าประโยชน์ทันที เพราะฉะนั้นการใส่คีย์เวิร์ดลงไปในโฆษณาจึงสำคัญ โดยเราสามารถหาคีย์เวิร์ดได้จาก Google keyword plannerซึ่งเราขอแนะนำวิธีเลือกคีย์เวิร์ดคร่าวๆดังนี้

  1. เลือก Keywordที่เกี่ยวกับสินค้าที่เราต้องการใช้ทำโฆษณาหรือจุดประสงค์ของการค้นหาจากคำนั้น
  2. เลือก Keywordที่มีTrafficที่ไม่ควรน้อยเกินไป และการแข่งขันไม่สูงมาก
  3. เลือก Keywordที่ราคาไม่จำเป็นต้องสูงแต่เน้นคุณภาพของคีย์เวิร์ดนั้นๆซึ่งดูจากธุรกิจของเราเป็นหลัก

ประเภทการทำงานของKeywords

  1. Broad match

    การทำงานแบบกว้าง ช่วยให้คีย์เวิร์ดของคุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป็นวงกว้าง ไม่เจาะจง ทำให้โฆษณาสามารถแสดงได้แม้กระทั้ง พิมพ์คำผิดหรือคำที่เกี่ยวข้อง

  2. Broad match Modifier

    ตัวแก้ไขการทำงานแบบกว้าง โดยจะใส่เครื่องหมาย + ในการเพิ่มkeyword โดยต้องค้นหาโดยมีคีย์เวิร์ดเหล่านั้นประกอบถึงแม้จะสลับตำแหน่งกันบ้าง และจะแสดงโฆษณาแคบกว่าการใช้รูปแบบBroad match

  3. Phrase match

    การทำงานแบบวลี โดยโฆษณาจะแสดงเมื่อคำค้นหามีวลี หรือรูปแบบของวลีใกล้เคียงกันกับวลีนั้นๆ ซึ่งจะกำหนดภายใต้เครื่องหมาย“ ”

  4. Exact match

    การทำงานแบบตรงทั้งหมด คือ การแสดงโฆษณาจะปรากฏเมื่อมีคำค้นหาที่ตรงตัวกับKeywordsทั้งหมด

 

  • เพิ่มจุดเด่นคำโฆษณาด้วยtext adsและ responsiveSearchads

คำโฆษณา text adsคือ การเขียนโฆษณาโดยการใช้คีย์เวิร์ดที่ต้องการซึ่งต้องเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณ โดยจะสามารถใส่รายละเอียดเพิ่มเติมลงไปได้จากการเขียนโฆษณาธรรมดา และการสร้างโฆษณา Responsive Search Adก็เป็นอีกฟิวเจอร์ใหม่ที่เข้ามา ช่วยให้คุณสามารถสร้างโฆษณาได้ละเอียดมากขึ้น จากการใส่ข้อมูลรายละเอียด จุดเด่นของสินค้าหรือบริการ โดยสามารถสร้างจุดขายหลายๆอย่างได้ในโฆษณาเดียวและมีส่วนของHeadlineและDescriptionเพิ่มขึ้น ไว้เปรียบเทียบอันที่ดีที่สุดด้วย โดยระบบจะจับคู่คำโฆษณาDescriptionและหาPerfromanceที่ดีที่สุดสำหรับข้อความโฆษณาให้เพื่อให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่สุด

  • การตั้ง locationในการทำGoogle Ads

โดยคุณสามารถเลือกพื้นที่(location) ที่ต้องการให้โฆษณาแสดงได้ ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ชัดเจนตั้งแต่ประเทศ จังหวัด เลยก็ได้และคนนอกพื้นที่ที่เราตั้งค่าไว้โฆษณานั้นจะไม่แสดงผล เป็นการจำกัดพื้นที่ในการแสดงโฆษณาและเจาะกลุ่มเป้าหมายจากlocationนั่นเอง

  • การตั้ง demographicsในการทำGoogle Ads

การทำโฆษณาสมัยนี้ สามารถเจาะเชิงลึกกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าเทคโนโลยีสมัยก่อน นั่นเป็นการได้เปรียบของการทำการตลาดออนไลน์ตอนนี้ ซึ่งการกำหนดค่าDemographicsในการทำGoogle ads ก็เป็นการซื้อโฆษณาให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์สินค้าและบริการนั่นเอง แต่ก่อนจะเลือกDemographicsคุณต้องทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของตัวคุณก่อน

  1. ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการให้ซื้อสินค้าหรือบริการ
  2. กลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจ เลือกใช้สื่อไหน เว็บไซต์ไหนในการซื้อสินค้าเป็นหลัก
  3. ข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย ด้านเพศและช่วงอายุ

ซึ่งถ้าคุณทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายตรงนี้แล้ว การจำกัดขอบเขตของการโฆษณาสินค้าหรือบริการก็จะง่ายขึ้น เพราะDemographicsจะทำให้คุณสามารถระบุ เพศ อายุ  ความสนใจของคนที่จะรับโฆษณาของคุณ ทำให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่า การโฆษณาเป็นวงกว้างออกไปให้เสียค่าใช้จ่ายไปเปล่าประโยชน์ซะเฉยๆ

  • ติดตั้ง Conversion tracking ด้วย Google Tag Managerเพื่ออะไร

Conversion tracking คือ การตั้งค่าการวัดผลของการทำโฆษณาออนไลน์ในGoogle ads เพื่อให้สามารถติดตามผลที่เกิดขึ้นจากการทำโฆษณาหรือแคมเปญนั้นๆ โดยการใช้เครื่องมือGoogle Tag Managerช่วยในการจัดการระบบtrackingต่างๆที่คุณทำ เพื่อไม่ให้คุณเสียค่าใช้จ่ายไปโดยไร้ประโยชน์กับโฆษณาที่ไม่มีประสิทธิภาพ

การทำGoogle Adsไม่เพียงแค่เพื่อเป็นการโฆษณาสินค้าหรือบริการเท่านั้น ยังสามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณโดดเด่น มีความน่าสนใจ และยังทำให้เป็นที่รู้จักได้ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นผลในการช่วยกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งMinimice group ยินดีให้คำปรึกษาและนำพาธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

Case Study

Let's make something great together.

GET A PROPOSAL